ทีเอ็นที’บึ้ม!ราชประสงค์ตาย12เจ็บจำนวนมาก
ระเบิดราชประสงค์!เสียชีวิต12เจ็บจำนวนมากบริเวณหน้าศาลพระพรหม ผบ.ตร.ยันเป็นระเบิดแสวงเครื่องใช้เชื้อเพลิงแบบ'ทีเอ็นที'
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 17 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด ที่แยกราชประสงค์ ใต้สกายวอล์คตรงบริเวณหน้าหน้าศาลพระพรหม มีแสงไฟลุกท่วมรถยนต์เก๋ง ไม่ทราบรุ่น และยี่ห้อ เบื้องต้นมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย ผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีตำรวจและทหารเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ปิดการจราจรแยกราชประสงค์และบนสกายวอล์คแล้ว ขณะที่แยกชิดลมตำรวจปิดการจราจรฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปสยาม ส่วนหน้าเซ็นทรัลชิดลมรถสามารถเลี้ยวกลับได้
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นผ่านไปประมาณ 30 นาทีเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)
ทั้งนี้สำนักข่าวบีบีซีได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
ผบ.ตร.ระบุยันเป็นระเบิดแสวงเครื่องใช้เชื้อเพลิงแบบ'ทีเอ็นที'
เมื่อเวลา 20.10 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เปิดเผยถึงกรณีเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นทราบว่าเป็นระเบิดที่มีคนร้ายนำมาวางไว้ที่ศาลพระพรหม ซึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้เชื้อเพลิงจุดระเบิดแบบระเบิด ทีเอ็นที โดยตนได้รายงานเหตุให้ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้ทราบแล้ว โดยท่านได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชั้นปฏิบัติการอย่างระมัดระวัง และให้กันประชาชนออกนอกพื้นที่ รวมถึงแสดงความเสียใจถึงประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า จากรายงานในเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวแล้วกว่า 12 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขณะนี้ได้กันประชาชน รวมถึงผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่อย่างน้อย 100 เมตร เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากมีการตรวจพบวัตถุต้องสงสัย ซึ่งอาจจะเป็นระเบิดอีก 1 ลูก ที่อยู่ใกล้กับจุดระเบิด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บกู้
ทั้งนี้มีรายงานว่าระเบิดที่เกิดเหตุครั้งนี้เป็นระเบิดทีเอ็นที ยังไม่ทราบบน้ำหนัก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีวิเคราะห์ว่ามีรัศมีการทำลายล้างประมาณ 40 เมตร
วัตถุต้องสงสัยอีกลูกอีโอดีตรวจสอบแล้วไม่ใช่ระเบิด
ต่อมาเมื่อเวลา 20.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวัตถุต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นวัตถุระเบิดอีก 1 ลูกใกล้กับจุดเกิดเหตุบริเวณศาลพระพรหมนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ไม่ใช่วัตถุระเบิดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวของอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าระแวกดังกล่าวก็เริ่มทยอยกลับบ้าน เพื่อความปลอดภัย ขระเดียวกันเหตุระเบิดดังกล่าว แรงระเบิดส่งผลให้อาคารตึกสูงต่างๆในระแวกที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายกระจำแตกถึงบริเวณชั้น 2 และชั้น 3 โดยเฉพาะโรงแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ
แจ้งระเบิดแสวงเครื่องหนัก5กก.
เมื่อเวลา 20.30 น. รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ระเบิดที่ใช้ในครั้งนี้ เป็น ระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5 กิโลกรัม วางไว้ใต้โต๊ะม้านั่งภายในติดริมรั้วบริเวณศาลพระพรหม ถูกจุดด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ โดยมีรัศมีทำลายล้างประมาณ 40 เมตร โดยยอดคนเจ็บล่าสุด 77 คน สาหัส 3 คน
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชนออก จากพื้นที่ โดยกั้นพื้นที่ไปจนถึงบริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ฝั่งเพลินจิตได้กั้นพื้นที่่ตั้งแต่หน้าห้างเซนทรัลชิดลง ส่วนถนนมุ่งหน้าไปยังลุมพินี ได้กั้นตั้งแต่พื้นที่รพ.จุฬา และฝั่งด้านเซนทรัลเวิร์ล กั้นตั้งแต่บริเวณสะพานข้ามคลองแยกประตูน้ำ
กระจายผู้บาดเจ็บส่ง5รพ.ใกล้เคียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เร่งนำผู้บาดเจ็บกระจายส่งหลายโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพญาไท 1 และโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยได้ระดมรถพยาบาลกว่า 50 คัน ลำเลียงส่งผู้บาดเจ็บทั้งอาการเล็กน้อยถึงสาหัส มาโรงพยาบาลทั้ง 5 แห่งดังกล่าว ซึ่งผู้บาดเจ็บจากกรณีดังกล่าวมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นายกฯสั่งบิ๊กป้อมติดตามใกล้ชิดพร้อมรายงานด่วน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯได้โทรศัพท์สั่งการให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานสถานการณ์ให้นายกฯทราบอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเร็วเกินไปที่จะระบุว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ถ้าเป็นความตั้งใจจากใครที่จงใจให้เกิดเหตุ รัฐบาลจะเข้าดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด ทั้งนี้นายกฯสั่งการให้ทหาร ตำรวจและกทม.เข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและตรวจสอบผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งให้นำกล้องวงจรผิดบริเวณดังกล่าวมาตรวจสอบเป็นการด่วน
เลขาฯสมช.เผยเร่งตรวจสอบความชัดเจน
นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวเบื้องต้นพล.อ.ประยุทธ์ได้รับรายงานแล้ว จากนั้นคงจะมีการสั่งการและหามาตรการเพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง แต่ในขณะนี้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเหตุระเบิดยังคงสับสน จึงยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของอุบัติเหตุ หรือสถานการณ์ทางการเมือง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการหาความชัดเจนอยู่ เมื่อได้ข้อมูลที่สามารถสรุปเหตุการณ์ได้แล้ว จะมีการชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง ในขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และขณะนี้ฝ่ายการข่าวได้มีการรายงานข้อมูลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายการข่าวมีการรายงานให้เฝ้าระวังหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า คนจะก่อเหตุก็จ้องจะก่อเหตุอยู่อย่างนั้น แต่เราก็พยายามเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ยกเว้นมีคนไม่หวังดีกับชาติบ้านเมืองแล้วจึงก่อเหตุ ถ้ามีการปฏิบัติการในรูปแบบการก่อเหตุจริงๆ หรือเกี่ยวกับเรื่องอะไร ก็ควรต้องมีการตรวจสอบในแน่ชัดก่อน จึงต้องขอให้มีการตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตามประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังและช่วยตรวจสอบเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้น
“ในหลายประเทศได้ใช้กลไกของประชาชนในการตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้ เมื่อไหร่ที่เห็นสิ่งไม่ปกติต้องบอก แต่แน่นอนคนทำกับคนพยายามป้องกัน คนป้องกันก็จะเหนื่อย หากประเทศไม่มีความขัดแย้งกัน ประเทศก็จะมีความก้าวหน้าและไม่อยากให้มีการขยายผลเพราะสังคมไทยยังมีการทะเลาะเบาะแว้งกันไม่หยุดนิ่ง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน” นายอนุสิษฐ กล่าว
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก http://www.js100.com/en/site/news/view/16400 และภาพจากhttp://www.bangkokbiznews.com/news/detail/661356)








.jpg)
















